#ไฮกุริกุส

posted on 15 Dec 2010 22:00 by karikuz
ในระยะหลังมานี้ มีหลายเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น และค่อยๆก่อตัวขึ้นเป็นปมปัญหาที่อยู่ในใจ
สะสมหลอมรวม และถูกสะกดกลั้นด้วยคำว่า ความอดทน
และในตอนนี้สิ่งที่เรียกว่าความอดทน มันใกล้ถึงขีดสุดแล้ว
 
ถ้ามันคืือหลอดแก้ว ..หลอดแก้วหลอดนี้ช่างเปราะบางและร้าว พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ
ถ้ามันคือของเหลว ..มันก็ปริ่มจนเกือบล้น และหากมีใครมาขยับ ก็พร้อมจะไหลออกตลอดเวลา
ถ้ามันคือชั้นบรรยากาศ ..มันก็เต็มไปด้วยรูพรุน ที่ต้องกรองแสงอาทิตย์ตลอดเวลา โดยไม่มีสิทธิ์บ่น
และถ้ามันคือใจคน ..มันก็พร้อมที่จะสั่งน้ำตาให้ไหลออกมาได้ทุกเมื่อ โดยที่ไม่รู้ตัว
 
ถ้ารู้ว่าความอดทน มันต้องเหนื่อยขนาดนี้ ขอไม่มีตั้งแต่ต้นเลยอาจจะดีกว่า
แม้ว่าปากจะปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่ว่าใจต้องยอมรับว่าสั่นคลอน
 
ไอ้จะให้อธิบายแจกแจงก็ไม่ใช่วิสัยของเรา 
แต่ที่เศร้าคือ ตอนนี้รู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป
 
เหนื่อยที่ต้องพยายามเข้าใจ ในคนที่รักทั้งสองคน ..แม้จะต่างเหตุผล แต่ก็ต้องเข้าใจ
เหนื่อยที่ต้องไม่หวั่นไหว เวลามีอะไรมาบั่นทอน ..แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่ แต่ก็ต้องเข้าใจ
เหนื่อยที่ต้องพยายามทำอะไร เพื่อให้ทุกคนสบายใจ และกลับไปใกล้ชิดเหมือนวันก่อน
แต่ที่เหนื่อยหนักคือเหนื่อยใจ ที่ต้องทำอะไรเหล่านี้แค่คนเดียว ..คนเดียว ..คนเดียวจริงๆ
 
เคยรู้มาว่าความรักของคนเรามี 2 แบบ คือความรักที่เลือกไม่ได้ กับความรักที่เลือกเองได้
 
ความรักที่เลือกไม่ได้ คือความรักแบบครอบครัว ที่เราเลือกไม่ได้ เพราะเป็นความผูกพันหน้าที่ที่ต้องรัก
ความรักที่เลือกได้ คือความรักแบบคนรัก ที่เราเลือกได้ว่าจะรักใครและทำให้เค้ารัก
 
ถ้าความรักสองแบบนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน การเดินทางไม่ว่าจะยาวไกลแค่ไหน ก็เดินไปได้สบายมาก
แต่ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีอีกแบบหนึ่งมาหล่อเลี้ยงให้เพียงพอต่อการเดินทางต่อไปได้
แต่ถ้ายามใดขาดทั้งสองอย่าง ก็เหมือนขาดน้ำ และแรงบันดาลใจ จะเดินต่อไปที่ไหนก็ไม่เห็นทาง
 
และฉันกำลังเป็นแบบนั้น!! ..และฉันพอจะรู้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีใครช่วยได้!
นอกจากตัวเองที่ต้องหาทางออก หาแสงสว่างเอาเอง
 
และฉันพยายามทำแบบนั้นอยู่ ..
 
ไฮกุเป็นกลอนญี่ปุ่นประเภทหนึ่งที่พอจะช่วยให้ฉันดึงตัวเองขึ้นมาได้
จะด้วยสาเหตุใดก็ไม่รู้ ..แต่อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่า ความศิวิไลซ์ ยังมีอยู่จริง


รอยยิ้มเมื่อเธอสุข
มาพร้อมความเศร้าที่กอดฉัน
มันคนนั้นเป็นใคร!!?
 
สายลมพัดแผ่วเบา
เสียงนกร้องคลอเคล้ากลางป่า
น้ำตาคือลำธาร
 
คิดถึงทำไม ...เมื่อ
ที่ว่างของเธอไม่ใช่ฉัน
รู้ ..แต่ก็หวั่นไหว -"-
 
ลืมเก่าแล้วหาใหม่
คิดว่าใช่สุดท้ายเจ็บหนัก
ลาพักร้อนดีกว่า
 
กลางคืนมืดเกินไป
กลางวันสว่างไปก็ร้อน
สรุปนอนดีกว่า
 
หนึ่งนาทีที่รอ
นานเท่าชั่วโมงที่คิดถึง
มึงไปผิดที่ ="=
 
ความหวังและความฝัน
ความทรงจำความหลังอดีต
ล้วนลมลมแล้งแล้ง
 

Moment in Pool :: ขณะ ว่ายน้ำ

posted on 19 Apr 2009 00:43 by karikuz

วันนี้ว่ายน้ำอย่างหักโหม และหักโหมมากๆ

ไม่เคยได้รู้สึกเหนื่อยแบบนี้มานานมากแล้ว

 

ระหว่างที่ว่ายๆอยู่สมองก็เกิดกระบวนการคิดขึ้นมาว่า

เอ๊!! ทำไมเดี๋ยวนี้รุ้สึกว่าอาการตัวเองแปลกๆหว่า(อ้างอิง : Blog เก่าๆข้างล่าง)

 

เลยได้คำตอบว่า

เราควรรักตัวเองให้มากๆสินะ

เราควรดูแลตัวเองให้มากๆสินะ

เราควรใส่ใจในความรู้สึกของตัวเองให้มากๆสินะ

เราควรเข้าใจตัวของเราเองให้มากๆสินะ

 

ส่วนคนอื่น ..เค้าก็เป็นแค่คนอื่นถ้าไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ ..ไม่ใช่คนในครอบครัว

เราแค่ไม่ทำให้เค้าเดือดร้อนเพราะเราก็พอ

เราไม่ต้องไปใส่ใจอะไรเค้ามากก็ได้

เราไม่ต้องไปดูแลอะไรเค้ามากก็ได้

เราไม่ต้องไปเข้าใจอะไรเกี่ยวกับเค้าหรอก

เราไม่ต้องไปรักเค้าให้มันมากมายหรอก

 

ก็เกิดคำถามขึ้นอีกว่า

แล้วเราจะวัดระดับยังไงว่าคนคนนี้ คนที่เรารู้จัก ..เค้าเป็นใคร

ถ้ามาเป็นพี่ ..ไม่ว่าจะเป็นพี่ที่ไหน ..เราก็เหมานับถือเป็นพี่หมด ..และใช้มาตรฐานความนับถือแบบเดียวกัน

ถ้าเป็นน้อง ..ไม่ว่าจะเป็นน้องที่ไหน ..เราก็เหมาเป็นน้องหมดเหมือนกัน ..และใช้มาตรฐานความดูแลแบบเดียวกัน

ถ้าเป็นเพื่อน ..ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ไหน ..ถ้าเรานับเป็นเพื่อน ..มันก็เพื่อนกันหมด ..และใช้มาตรฐานรักแบบเดียวกัน

ถ้าเป็นคนที่ชอบ ..เราจะใช้มาตรฐานเดียวกับที่เราทำให้ครอบครัว ทั้งความใส่ใจ ความห่วงใย และความดูแล

หมายเหตุ :: ทั้งนี้คนนึงอาจเป็นได้หลายแบบในตัวคนเดียวกัน

 

 

พักคั่นโฆษณา(ตายห่า ..ข้างบนนี่มันเอสอาร์ซีชัดๆรักเพื่อน เคารพพี่ ดูแลน้อง ==" :: (ขอตัดอารมณ์หน่อย เดี๋ยวจะเครียดเกินไป ฮามั้ย??))เข้าสู่ประเด็นต่อ

 

 

แล้วถ้าเป็นคนประเภทที่ไม่จัดอยู่ในสี่อย่างข้างบนล่ะ ..เราควรจะทำยังไง

วางตัวแบบไหน ยืนอยู่ตรงจุดไหน ใช้วิธีการพูดอย่างไร

เออ หรือเราคิดมากเกินไปหว่า ??

แล้วกับคนที่เปลี่ยนสถานะจากที่เราจัดไว้ครั้งแรกล่ะ เช่น ..

เปลี่ยนจากเพื่อนเป็นคนที่ชอบ

เปลี่ยนจากพี่เป็นคนที่ชอบ

เปลี่ยนจากคนที่ชอบเป็นพี่

เป็นจากคนที่ชอบเป็นเพื่อน!!!

เออ ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ..คงต้องค่อยๆคิดแล้วล่ะบางอย่าง ..

 

ถ้าไม่ผูกพันมากมันก็เปลี่ยนได้ง่าย ..

แผลถ้าไม่ลึกมาก ..มันก็หายไว ..แต่ถ้ามันลึกมาก ..มันก็หายเหมือนกันแต่อาจจะช้าหน่อย

แต่ถ้าปล่อยมันเรื้อรังขึ้นมา ..ก็ถึงคราวแย่สุดๆ

 

ปัญหาเก่าค้างคา ยังคงคาราคาซังข้ามปี

เริ่มอยากจะกลับไปมีชีวิตแบบเก่าจะได้ไม่วุ่นวายอะไรมากมายแบบนี้

แต่ทุกอย่างคงต้องมีการเปลี่ยนแปลง

 

เอาวะ! ในเมื่อถอยไม่ได้อีกแล้ว ก็ต้องเดินหน้าอย่างเดียวแล้วล่ะ

จะหลบไปทางซ้ายหรือทางขวา ..มันก็มีคนอื่นเดินอยู่แล้ว ..ไม่อยากไปทับไลน์ใคร

 

เราพักมามากพอแล้ว มากพอแล้วจริงๆ

เราพักตั้งแต่วันที่เรามีเธออยู่ ..เวลา 3 ปีมันนานเกินไปแล้ว

พอเธอไป เราส่องกระจกมองดูตัวเอง มันช่างว่างเปล่าจริงๆ

แต่ก็ขอบคุณเพราะช่วงเวลาที่เราพักเรามีความสุขมาก

 

แต่เราจะไม่พักอีกต่อไปแล้ว!!

เราจะทวงความรุ่งเรืองในอดีตของเรากลับคืนมา

เพื่อตัวกูเอง!!!

edit @ 19 Apr 2009 00:49:18 by KariKuz

กลไกของจิตใจ

posted on 18 Apr 2009 01:17 by karikuz

ว่ากันว่าเวลาคนเราเกิดบาดแผลตามร่างกาย

ระบบร่างกายของเราก็จะทำการรักษาตัวเองในระดับหนึ่ง

จนในที่สุดก็หายดี ไม่ก็ทุเลาอาการลงได้บ้าง

 

ไม่ใช่เฉพาะทางกายภาพเท่านั้น ..ทางจิตใจก็เช่นกัน 

เมื่อเราได้รับรู้อะไรร้ายแรงที่ทำร้ายจิตใจ

กลไกของมันก็จะทำการดูแลจิตใจของมันเอง

 

สมองอาจจะสั่งให้คิดเรื่องอื่น เรื่องงาน เรื่องสนุกสนาน

หรืออาจจะเลือกที่จะปิดตายไม่รับรู้อะไรเลยก็ได้

 

ถ้าให้เลือกระหว่างสองอย่างจากสองข้อข้างบน

ชอยส์ข้อแรกดูจะมีประโยชน์มากกว่าข้อล่าง

ที่ดูจะขมขื่นและรันทดเกินไป

 

แต่ตอนนี้แม่งตื้อ เรียกว่าอะไรดีล่ะ

ตื้อ ตีบตัน มึน อึน งืด เออประมาณนี้มั้ง

มันเหมือนกับไม่มีอะไรให้คิด มันเลยว่างรึป่าว

  

โอ๊ยยยยย ไม่รู้แล้วโว้ยยยยย

อยากกรี๊ดดดดด!!~ แอร๊ยยยยยยยยย